บล็อก


บล็อก
ความหมายของบล็อก
บล็อก (blog) เป็นคำรวมมาจากคำว่า เว็บล็อก (weblog) เป็นรูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้แรกสุด บล็อกโดยปกติจะประกอบด้วย ข้อความ ภาพ ลิงก์ ซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อต่างๆ ไม่ว่า เพลง หรือวิดีโอในหลายรูปแบบได้ จุดที่แตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์โดยปกติคือ บล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูล สามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเป็นคนเขียน ซึ่งทำให้ผู้เขียนสามารถได้ผลตอบกลับโดยทันที คำว่า “บล็อก” ยังใช้เป็นคำกริยาได้ซึ่งหมายถึง การเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผู้ที่เขียนบล็อกเป็นอาชีพก็จะถูกเรียกว่า “บล็อกเกอร์”

บล็อกเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลายขึ้นอยู่กับเจ้าของบล็อก โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร การประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลายด้านไม่ว่า อาหาร การเมือง เทคโนโลยี หรือข่าวปัจจุบัน นอกจากนี้บล็อกที่ถูกเขียนเฉพาะเรื่องส่วนตัวหรือจะเรียกว่าไดอารีออนไลน์ ซึ่งไดอารีออนไลน์นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้บล็อกในปัจจุบัน นอกจากนี้ตามบริษัทเอกชนหลายแห่งได้มีการจัดทำบล็อกของทางบริษัทขึ้น เพื่อเสนอแนวความเห็นใหม่ใหักับลูกค้า โดยมีการเขียนบล็อกออกมาในลักษณะเดียวกับข่าวสั้น และได้รับการตอบรับจากทางลูกค้าที่แสดงความเห็นตอบกลับเข้าไป เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์

ประเภทของบล็อก
ปกติวิสัยเราร้อยเรียง Blog กันก็ตามอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวที่ออกมา หรือเขียนเพราะอยากแบ่งปันเรื่องราวดีๆ สนุกๆ เร้าใจ หรือ ประสบการณ์ เพื่อบอกให้บุคคลอื่นได้รับรู้ไว้เป็นอุธาหรณ์ แต่เราอาจเผลอไผลบางอย่างไป ว่าการเขียน Blog มีหลายหมู่ซึ่งเราไม่ค่อยจะใส่ใจ วันนี้จึงนำเรื่องประเภทของ บล็อก มาเล่าสู่กันฟังโดยแบบการเขียน Blog แบ่งตามลักษณะของเนื้อหาในการเขียน คือ

1.Personal Blog หมายความว่าการเขียน Blog แบบ เล่าเหตุการณ์โดยส่วนตัว บอกถึงความเข้าใจพิจารณา หรือเรื่องในชีวิตประจำวันที่ได้ประสบของคนนั้นๆ เล่าเรื่องราวข่าวสารต่างๆ ที่ตัวเองพบปะ หรือมีความนึกคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ หรือบางครั้งเรียกรูปแบบนี้ว่า การร้อยกรองแบบ ไดอารี่ ก็ได้
2.Topical Blog หมายความว่าการเขียน Blog โดย มีจุดมุ่งหมายในการเขียนที่ชัดแจ๋ว อาจจะเกี่ยวกับสิ่งที่ผูกพันหรือมีความรอบรู้ ในเรื่องนั้นๆ อย่างเชี่ยวชาญ เช่น กีฬาบาสเกตบอล ฟุตบอล กอล์ฟ เป็นต้น หรือเกี่ยวกับเพลงที่ประทับใจ ให้ความเห็นภาพยนตร์ เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ เป็นต้น ซึ่งการเขียนลักษณะนี้จะเกี่ยวโยงจากหัวข้อเป็นหลัก จะเล่าเรื่องนอกเหนือจากหัวข้อไม่มากนัก
3.Collaborative Blog หมายความว่าการเขียน Blog แบบเป็นทีม ร่วมแรงร่วมใจเขียน ช่วยกันปรับปรุง ซึ่งภายใน บล็อก อาจจะมีเหตุการณ์นาเนก ซึ่งอาจเขียนโดยผู้เขียนคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ โดยแต่ละคนจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของAccount ให้ทำการเรียบเรียงบทความหรือรับผิดชอบเฉพาะส่วนไป
4.Corporate Blog เป็นการเขียน Blog เชิง ธุรกิจ โดยบริษัทหรือองค์การต่างๆ เพื่อกระจายข่าวถึงหน่วยงานของตน หรือเป็นตัวเสริมในการนำเสนอให้ความรู้เสริมเกี่ยวกับสินค้าหรือ บริการ ตัวอย่างขององค์การ มี corporate blog เช่น HP,Yahoo และ Google เป็นต้น โดย Blog ขององค์การ ธรรมดาแล้วสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ Internal blog และ External blog
โดย Internal blog เป็นบล็อกภายในที่ถูกจัดให้มีขึ้นเพื่อบุคลากรขององค์การ และสามารถเข้าถึงได้เฉพาะข่ายงานขององค์การเท่านั้น ส่วน External blog เป็นบล็อกที่อนุญาตให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้เป็นบุคลากรสามารถเข้าถึงได้ เช่น ลูกค้าองค์กร เป็นต้น
5.Specialty Blog เป็นการเขียน Blog แบบพิเศษนอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ยกตัวอย่าง เช่น Blog ที่เขียนขึ้นเพื่อกระจายข่าวโครงการซึ่งจัดขึ้นในกรณีพิเศษ การป่าวประกาศรับบริจาค การประกวดแข่งขันต่างๆ เป็นต้น

คุณค่าของบล็อก
คลังประโยชน์ของบล็อก

1.คลังความรู้ มีความรู้มากมายให้ค้นหา ให้อ่านตามความสนใจ
2.คลังมิตรภาพ เกิดการปฏิสัมพันธ์กันทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์จนกลายเป็นมิตรภาพดีๆ
3.คลังแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แสดงความคิดเห็น และต่อยอดความรู้ออกไป
4.คลังแห่งความสุข เป็นที่ระบายความเครียด ช่วยผ่อนคลาย และเพิ่มความสุขในชีวิต
5.คลังข้อมูล ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของสมาชิกที่สำคัญ ช่วยให้เจ้าของข้อมูลสามารถดึงดูดข้อมูลออกมาใช้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว
6.คลังเพื่อการฝึกฝน เป็นแหล่งฝึกฝนระบบการคิด ทักษะการเขียน และความสามารถด้านถ่ายทอดข้อมูลความรู้ต่างๆ และยังเป็นแหล่งฝึกทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตได้อย่างดีอีกด้วย
7.คลัง KM ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่มีผู้เชียวชาญด้านการจัดการความรู้ (KM) มากมาย อีกทั้งสามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการความรู้ (KM) ได้ง่ายเพียงแค่คลิก
8.คลังประชาสัมพันธ์และกิจกรรมงานบุญ เป็นแหล่งประชาสัมพันธ์กิจกรรมดีๆ เพื่อสร้างสรรค์สังคมมากมาย
9.คลังแห่งองค์กรต่างๆ บางองค์กรเลือกเว็บไซต์ GOtoKnow.org เป็นเครื่องมือเพื่อติดต่อสื่อสารระหว่างกัน
10.คลังเพื่อนช่วยเพื่อน เมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันทั้งทางออนไลน์ จนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน พบว่าเกิดกระบวนการเพื่อนช่วยเพื่อน ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ เช่น ช่วยสอนวิธีการใช้งานบล็อก
11.คลังความรู้ฝังลึก อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ที่มี่เป็นคลังความรู้ มีสารประโยชน์ต่างๆ มากมายให้เลือกอ่าน และที่สำคัญความรู้ส่วนใหญ่นั้นเป็นความรู้สึกฝังลึกที่ซ่อนอยู่ ในตัวคนทุกคนนั่นเอง ที่นี่จึงกลายเป๋นคลังความรู้ฝังลึกที่ใหญ่มาก และถ้าหากสามารถสกัดความรู้ฝังลึกเหล่านี้ให้กลายเป็นความรู้ชัดแจ้งได้ ที่มี่กลายเป็นคลังแก่นความรู้ได้ต่อไป
ทั้ง 11 ข้อ เป็นปะโยชน์ที่เกิดจากการสกัดข้อมูลออกมาจากบันทึกจำนวนมาก และแน่นอนว่าประโยชน์ของบล็อกไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังมีอีกมากมายหลากหลายข้อ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าสามารถนำบล็อกไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากน้อยเพียงใดนั่นเอง